วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556









ปราสาทหินพนมวัน

ปราสาทหินพนมวัน

นครราชสีมา หรือ โคราช ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ผู้เขียนมีโอกาสแอบไปเที่ยวอยู่
 บ่อยๆ ในยามที่เกิดอาการเบื่อหน่าย อาจเป็นเพราะระยะทางไม่ห่างจากกรุงเทพฯมาก
 นักอีกทั้งการเดินทางก็สะดวกสบาย

แต่ด้วยความที่โคราชเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ กว้างขวาง มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งป่าเขา
 แม่น้ำลำธาร ตลอดจนวัดวาอาราม และโบราณสถานสำคัญๆ จึงทำในการเที่ยวแบบล่องลอย
ของผู้เขียนนี้ไม่ทั่วนครโคราช เลยสักครั้ง จะเว้นก็แต่ครั้งนี้ ที่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่ได้
มาแบบตั้งใจไปให้ทั่ว เพราะเลือกแล้วที่จะมาชื่นชมความอลังการณ์ของปราสาทหินพนมวัน
 ซึ่งเป็นหนึ่งใน หลายปราสาทหินที่ปรากฏในไทย สิ่งเหล่านี้ถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ขอมโบราณ
ทิ้งให้ เห็นว่าในอดีตที่ผ่านมาเคยมีอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่นัก
ระยะทางเพียง กิโลเมตร ไม่ไกลจากเมืองโคราชมากนัก ก็ถึงบ้านมะค่า 
ตำบล บ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทหินพนมวันแล้ว 
ปราสาท หินแห่งนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย เป็นศิลปะแบบบาปวนสันนิษฐาน
 ว่าก่อสร้างด้วยอิฐในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ จึงได้
 สร้างอาคารหินซ้อนทับลงไป จากจารึกที่ค้นพบเรียกปราสาทแห่งนี้ว่า “เทวาศรม”
 เป็น ศาสนสถานในศาสนาฮินดู ต่อมาจึงได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นพุทธสถาน
ปัจจุบันกรมศิลปากรได้มีการบูรณะหลังจากหักพังไปมาก ทำให้เห็นซาก
 โบราณสถานเป็นเค้าโครงค่อนข้างชัดเจน เช่น ปรางค์จัตุรมุของค์ประธานหลัก
 ซึ่งหัน หน้าไปทางทิศตะวันออกโดยมีมณฑปอยู่เบื้องหน้าและมีทางเดินเชื่อมต่อระหว่าง
 อาคารทั้งสอง ทางด้านทิศตะวันออกมี “บาราย” สระน้ำขนาดใหญ่ประจำชุมชน เรียก ว่า
 “สระเพลง” ซึ่งยังคงสามารถใช้ประโยชน์ได้ถึงปัจจุบัน
ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปรางค์มีอาคารก่อด้วยหินทรายสีแดงเรียกว่า “ปรางค์น้อย”
 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบปราสาทมี ระเบียงคต 
สร้างด้วยหินทรายและศิลาแลงล้อมเป็นกำแพงอยู่ ประตูทางเข้าเทวสถาน 
มีซุ้มประตูสลักหินทรายขนาดเล็กก่อสร้างเป็นรูปหอสูงทั้งสี่ทิศ บริเวณรอบนอก
 ปราสาททางด้านทิศตะวันออกห่างจากโบราณสถานเกือบ ๓๐๐ เมตร มีร่องรอยของคู 
น้ำและเนินดิน
เรียกกันแต่เดิมว่า “เนินนางอรพิมพ์” หรือ “เนินอรพิม” นอกจากนี้ยังพบศิลาแลงจัดเรียงเป็นแนว
คล้ายซากฐานอาคารบนเนินแห่งนี้ด้วย สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น “พลับพลาลงสรง”
 ในรูปแบบพิเศษที่ไม่เคยพบในที่อื่นๆ ของ ประเทศไทย อาจใช้เป็นเรือนสำหรับรับรองเจ้านายหรือ
เป็นวังของผู้ปกครองเมืองพนม วัน แล้วก็เป็นพลับพลาพระตำหนักรับเสด็จพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ หรือ
ผู้แทนพระองค์ที่ น่าจะเดินทางมาถึงปราสาทพนมวันในยุคพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เพื่อถวายพระพุทธรูป
 พระชัยพุทธมหานาถ
และจากการขุดค้นทางโบราณคดีโดยกรมศิลปากร ทำให้เรารู้ว่าปราสาทหิน
 พนมวันสร้างขึ้นเป็นจนเป็นยอดปราสาทโดยสมบูรณ์แต่ก็พังทลายแบบถล่มลงมาอย่าง
 รุนแรงทำให้ชิ้นส่วนรูปสลักที่มีอยู่ไม่มากนักกระทบกันจนแตกหัก เรือนยอดปราสาท
แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กจนยากที่จะซ่อม ส่วนหน้าบันก็มีหลงเหลือจนเกือบครบทุกด้าน
 มีทั้งที่ยังไม่เริ่มแกะสลักไปจนถึงแกะสลักเสร็จแล้ว
แม้ว่าก่อนมาจะยังคลางแคงใจต่อกระแสเสียงเล่าลือว่าเป็นปราสาทหินที่ สร้าง ไม่เสร็จ
จะซึมซับติดตามแต่แต่ปราสาทหินพนมวันตรงหน้า กลับทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าที่นี่ เป็นเมือง
ที่มีลมหายใจแห่งความหวังอบอวลอยู่ เท่าที่ได้สัมผัสเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น ก็
 สามารถสรุปได้ว่าจะสร้างเสร็จหรือไม่มันไม่สำคัญเลย เพราะหินและอิฐแต่ก้อนแต่ละ 
แผ่นที่มีเหลืออยู่นั้น ได้บอกเล่าให้คนรุ่นหลังทราบถึงประวัติความเป็นมาต่างๆ ทั้งเรื่อง 
ของผู้คนที่เคยอยู่อาศัยในแถบนี้ รวมถึงภูมิปัญญา ความรอบรู้ และศิลปะวิทยาการ ต่างๆ
 มากมายเพียงพอแล้วค่ะ
ใครยังไม่เคยมาเที่ยวโบราณสถานในลักษณะนี้ แนะนำให้ลองมาดูค่ะ เที่ยวชม 
แล้วเชื่อว่าคุณจะทั้งหลงรักและหวงแหนโบราณสถานแบบนี้ สิ่งที่น่าสนใจของปราสาทหินพนมวัน
- เป็นศาสนสถานที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ถูกสร้างในแบบศาสนาพราหมณ์ แต่มีการค้นพบพระพุทธรูป
- แผนผังของปราสาทหินพนมวันมีรูปแบบเดียวกันกับปราสาทหินพิมาย ใน ศิลปะร่วมแบบบาปวน
- การก่อสร้างลำบากเพราะแถบนี้ไม่มีภูเขาหินทราย จึงต้องไปเอาหินทรายมา จากที่ไกลแล้วขนมา 
จึงใช้หินทรายแดงที่มีคุณภาพต่ำผสมกับหินทรายสีขาวเทาเพราะ แหล่งวัตถุดิบที่ใกล้สุดมีหินทราย
ทั้งสองสีผสมกัน
การเดินทาง เส้นทางที่ง่ายที่สุดในการไปยังปราสาทหินพนมวัน คือเริ่มจากหน้า อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) 
ไปทาง ต.จอหอ ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพหรือถนนสุร นารายณ์ ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
 ขับต่อไปทางจังหวัดขอนแก่น ข้ามสะพานสูงต่อไปอีกรวมช่วงนี้ 7 กิโลเมตร
เมื่อถึงแยกสัญญาณไฟจราจร จะมีป้าย บอกว่า “วัดหนองบัว วัดหนองจอก วัดพนมวัน” อยู่ด้านขวา
ให้เลี้ยวขวาเข้าไปตามทาง อีกประมาณ 5 กิโลเมตรจะถึงวัดพนมวัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ปราสาทหินพนมวัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น